|
บทสัมภาษณ์ อาจารย์สุวินัย ภรณวลัย เรื่องบูรณาการศาสตร์
ทีมงาน: อยากทราบความหมายของคำว่าบูรณาการ ในมุมมองของอาจารย์
อ.สุวินัย: บูรณาการมันมีสองนัยยะ นัยะในเชิงวิชาการเป็นศาสตร์ล่าสุด integral
studies มีที่สถาปนาไว้ในปี ค.ศ. 2000 พูดง่ายๆคือ ศาสตร์ของ ศตวรรษ ที่
21 เป็นศาสตร์ของบูรณาการทั้งสิน ข้อ 2 ในฐานะที่เป็นทิศทางของโลกทัศน์
ทิศทางของพัฒนาการมนุษย์ที่จะไป เป็นมนุษย์แบบบูรณาการคือ เป็น new type
ของศตวรรษที่ 21 คือเป็นผู้นำแบบบูรณาการถึงจะแก้ปัญหากับโลกได้ เป็นผู้นำสังคมได้
หรืออีกอย่างหนึ่ง คนที่จะประสบความสำเร็จในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในศตวรรษที่
21 จะต้องเป็นผู้นำแบบบูรณาการทั้งสิ้น เหมือนกับหนังสือที่ผมเขียนในยอดคนในมังกรคู่สู้สิบทิศ
บทสุดท้ายจากมังกรคู่กลายไปสู่มังกรบูรณา ผมพยายามพูดถึงหลักทฤษฎี หลักของ
integral studies เพิ่งสถาปนาเมื่อ 3 ปีมานี้เองเป็นอย่างทางการนะ และอันนี้ต่อไปจะเปลี่ยนมหาวิทยาลัย
จะเปลี่ยนทุกอย่างในโลกนี้เลย แต่เหตุการณ์ จะเกิดขึ้นอีกใน 10 ปีข้างหน้า
ทีมงาน: แล้วสำหรับเมืองไทยล่ะครับ
อ.สุวินัย: เมืองไทย เมืองไทยก็เกิดแล้วไง ผู้นำอย่างคุณทักษิณ เพราะคุณทักษิณคนเดียวที่พูดถึงเรื่องบูรณาการ
เหมือนกับ คนเหล็ก รุ่น อาร์โนด์ คือเป็นรุ่นแรกๆ หลังจากนี้อีกนะโลกจะมี
วัยแบบรุ่นน้องคุณ เด็กกว่าคุณ อีกประมาณ 20 ปี จะมีคนเก่งกว่าคุณทักษิณอีก
ในแง่วิธีคิดนะ ตอนแรกผมพูดว่าเป็นศาสตร์ ข้อสองผมพูดว่าในเชิงโลกทัศน์
เรียกว่า integral perspective อันที่สามผมพูดในฐานะในทิศทางของมนุษย์ที่จะไป
อันที่สี่ บูรณาการนั้นหมายความว่า เป็นหนทางวิถีในการที่จะทำให้มนุษย์พบความสุขที่แท้จริง
เพราะบูรณาการนี้หมายถึงการบูรณาการทางร่างกาย หัวใจ จิตวิญญาณ สมอง เข้าด้วยกัน
เป็นที่มาของศูนย์นี้ เพราะคนเราบางคนที่เอามาแต่สมองไม่เอาหัวใจ คือ ฉลาดแต่เลว
หรือบางคนไม่สนใจร่างกาย ความสุขที่แท้มีไม่ได้หรอกฮะ หรือบางคนประสบความสำเร็จในชีวิต
แต่ขาดมิติทางศาสนาไม่เจอจิตวิญญาณ เขาก็ไม่ได้ไม่ถึงสุดของเป้าหมายของชีวิต
สุดท้ายบูรณาการหมายถึงบูรณาการทางโลกียะ และโลกุตระ ไม่เห็นว่าเป็นเรื่องขัดแย้งกัน
บูรณาการธรรมะเข้ากับชีวิตของสามัญชนหรือปุถุชน มันจะเป็นอย่างนั้น ซึ่งมันเป็นเป้าหมายที่จะทำได้
บูรณาการในความหมายคือว่าเรียกว่าเป็น integral art ศิลปะบูรณาการ เป็นศิลปะในการใช้ร่างกายเคลื่อนไหว
ศิลปะในการหายใจ ศิลปะในการรู้จักการรอคอย เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องนี้หรอก
ศิลปะในการรอคอย ศิลปะในการเรียนรู้ ทุกอย่างนี้ พอบูรณาการร่างกาย หัวใจ
จิตวิญญาณ สมองเข้าด้วยกันแล้วมันจะกลายเป็นศิลปะ แบบบูรณาการ แล้วพวกนั้นจะมีความสามารถที่หลากหลายแบบลีโอนาโด
ดาวินชี่ เรียนดนตรีก็ได้ เรียนวิทยายุทธ์ก็ได้ เรียนหนังสือก็เก่ง เขียนหนังสือก็ได้
ทำกับข้าวก็เป็น เล่นหมากล้อมได้อะไรแบบนี้ เพราะมันเป็นศักยภาพของเราไง
บูรณาการคือศักยภาพที่เรามี ที่อยู่ในตัวเอง เป็นสรรพาศาสตร์ หรือสรรพศิลป์
ทีมงาน: แล้วอาจารย์ทำไมอาจารย์ถึงสร้างศูนย์นี้ขึ้นมา
อ.สุวินัย: ศูนย์นี้เนื่องจากความเข้าใจ ในบูรณาการอันนี้ว่านี้มันเป็นทางออกและเป็นอนาคต
เพราะเรามีปัญหาด้านมนุษย์การศึกษา และเรามีปัญหาด้านมนุษย์ป่วยมากแบบนี้มา
ผมได้รับความมือร่วมใจจากผู้ให้ทุนคือน้องชายผม เพราะเขาเข้าใจว่าสิ่งที่ผมทำเป็นวิสัยทัศน์ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
ก็เลยให้มาทำและได้รับความร่วมมือจากห้างซีคอนเขาเข้าใจ concept เรา จริงๆแล้วเหมือนว่าจริงๆแล้วมันควรจะทำในมหาวิทยาลัยนะ
แต่คล้ายๆว่าเราอยากเป็นอิสระ ไม่มีระบบราชการแล้วมันง่ายกว่า เพราะนี้มันเหมือนกับศูนย์สาธิตว่า
มันเหมือนกับ integral education การศึกษาแบบบูรณาการที่แก้ปัญหา คล่องตัวกว่า
แต่จริงๆแล้วผมเอาเนื้อหาระดับปริญญาเอกมาแปลงเป็นศูนย์สาธิต เรียก integral
practices หรือบูรณาปฏิบัติ คือจริงๆผมก็ทำเหมือนกับมหาลัยแหละ แต่เหมือนกับว่าผมทำที่ห้างแล้วมันก็เหมือนกับเป็นศูนย์เพื่อศึกษาโดยตรงในซีคอน
ผมอยากจะรู้ครับว่าที่ตัวเองค้นคว้า ในทางปฏิบัติจะได้ผลหรือไม่ และพอเปิดศูนย์ไม่กี่ดือนก็ได้ผล
เด็กหลายคนมีพัฒนาการมากขึ้น อย่างเด็กอ้วนก็ผอม อ่อนแอก็ร่างกายแข็งแรง
และผู้ใหญ่หลายคนก็มีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมมาทั้งชีวิต พอเปิดมาแค่ 5
เดือนก็มีคนมาเรียนกับเรา 300 กว่าคนแล้ว เปิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภา ไม่นานนี้เอง
ทีมงาน: การที่อาจารย์สอนเรื่องบูรณาการ กับเยาวชนแล้ว
อ.สุวินัย: ทุกวัยนะ คนชราเราสอนให้เตรียมตัวตายอย่างมีสตินะ หรือเลือกให้มีชาติหน้าได้ไง
เพราะ บูรณาศาสตร์เชื่อแล้วว่าชาติภพมีจริง เราหวังว่าเราจะเลือกชาติเกิดที่ดีกว่านี้ได้
ถ้าคนวัยทำงานก็เพิ่มศักยภาพทางสมอง เพิ่มพลังชีวิตให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต
แต่เด็กเราเตรียมพื้นฐานระยะยาวให้เป็นยอดคน
ทีมงาน: แล้วคือบูรณาการจะมีส่วนในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ไหม
อ.สุวินัย: มีสิครับมี บูรณาการ ดีไซน์ในบูรณาปฎิบัติในการฝึกกำลังภายใน
มีวิชาในการกระตุ้นสมองอยู่ รวมทั้งให้ศึกษาหมากล้อม และมีเกมส์ต่างๆอะไรแบบนี้มา
คือใช้ให้สร้างความคิดสร้างสรรค์แบบธรรมชาติ ให้เขาค้นพบศักยภาพของตัวเอง
ทีมงาน: อยากทราบว่าทำไมอาจารย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐ์ศาสตร์ของประเทศ
ถึงสนใจด้าน integral science
อ.สุวินัย: คือเผอิญผมมีความสามารถหลายด้าน คือผมก็มีความสนใจกว้างอยู่แล้วนะ
ตอนผมเรียนเป็นนักศึกษาอายุประมาณ 19 - 20 นี้ ผมก็ได้ทุนเรียนญี่ปุ่น
10 ปี อาจารย์ที่ญี่ปุ่นดีมาก เขาบอกวิทยาการต้องทั้งลึกและกว้างพร้อมกัน
ต้องมีความสนใจกว้างๆ อาจารย์เขาสอนอย่างนี้เลยนะตั้งแต่เราอายุ 19 - 20
นะบอกให้อ่านหมดทุกประเภท สมัยก่อนผมเรียกว่าสังเคราะห์ศาสตร์ คือเรียนทฤฏีต้องสังเคราะห์ได้
พอเราเติบโตขึ้นมา ผมสนใจเรื่องศาสตร์ตะวันออก ต่อมาสนใจด้านศาสนา ตอนนี้มาสนใจเรื่องศิลปะ
สนใจวรรณกรรม สนใจเรื่องวัฒนธรรม คือมันครอบคลุมเกือบทุกมิติ เศรษฐกิจมันสำคัญแต่มันแก้ปัญหาทุกอย่างทั้งหมดไม่ได้
ธุรกิจก็สำคัญ แต่เราพบอีกอย่างหนึ่งนะ สมมุติว่าเรามีทุกข์นะจะเอาแต่นั่งสมาธิก็แก้ไม่ได้เหมือนกัน
คือทุกอย่างมันสำคัญหมด แต่มันสำคัญแบบส่วนเสี้ยว คำตอบคือมันต้องบูรณาการ
มันต้องบูรณาการมา อย่างผมหัดมวยจีนมา 30 ปี เป็นศาสตร์ตะวันออก พอมวยจีนนี้ก็มารู้ศาสตร์กำลังภายใน
กำลังภายในก็หัดมา 20 ปี ต่อไปมันก็ขยายออกไปเรื่อยๆ เรามารู้ว่าศักยภาพมนุษย์มันไม่มีที่สิ้นสุด
ความสามารถในการรู้ของมนุษย์ก็ไม่มีที่สิ้นสุด ขึ้นอยู่กับทัศนคติของเรา
อย่าจำกัดตัวเอง เหมือนกับ แอนโทนี รอบบิน บอกว่าเรามี unlimited power
เรามีพลังไร้ขีดจำกัดอยู่ในตัว มันอยู่ที่ทัศนคตินะ เผอิญผมมี back ground
แบบนั้น ผมไปอยู่ในญี่ปุ่น เจออาจารย์ที่ใจกว้างแล้วสอนแบบยุโรป เปิดกว้างเป็นอย่างนี้มาตลอดเลย
แล้วบังเอิญผมมาอยู่ในธรรมศาสตร์ก็เปิดกว้างให้เสรีภาพผม แล้วผมก็เป็นคนที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่นอกกรอบไง
คิดนอกกรอบก่อนคุณทักษิณอีก ผมก็เตือนเรื่องฟองสบู่ได้ เพราะเรารู้ไง เรื่องการจัดการผมก็สนใจ
เพราะเราสนใจกว้าง
ทีมงาน: แล้วการที่เราคิดนอกกรอบ การที่เราคิดนอกกรอบ แล้วโดนต้านกลับมา
อ.สุวินัย: ไม่เป็นไรหรอก การต้านก็แสดงว่าเขายังช้ากว่าเราในการเข้าใจการเปลี่ยนแปลง
ผมเป็นคนที่ละเอียดอ่อนในเรื่องสัมผัสความเปลี่ยนแปลงจองโลกภายนอก เรื่องต้านเป็นธรรมดา
คุณทักษิณก็ต้องทำใจเรื่องมีคนต้านใช่ไหม ปัญหาก็คือในการทางที่เรามีความคิดสร้างสรรค์
มองการไกล เราต้องไม่ย่อท้อ เพราะแรงต้าน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง
ผมก็เคยเตือนเรื่องฟองสบู่แตก มันก็เป็นจริงตามนั้น ถึงบอกเรื่องบูรณาการมันก็ต้องเกิดตามนั้น
เพราะตอนนี้ผมก็สอนเรื่องนี้ในปริญญาเอกอยู่ ที่ธรรมศาสตร์
ทีมงาน: แล้วอาจารย์ทำเรื่องศาสตร์ตะวันออกแล้วอาจาย์มีความคิดที่จะเอาศาสตร์ของไทยที่เป็นศาสตร์ตะวันออกเหมือนกัน
อ.สุวินัย: มีฮะ วิชาไสยศาสตร์ ก็มีฮะ เพียงแต่ว่า ในความเข้าใจของตัวเอง
ของไทย scope ของมันยังกว้างเท่าของเต๋าไม่ได้ ของจีนกว้างกว่ารวมกว่า
แต่ว่าก็มีสอนนะ อย่างวิชาศาสตร์ของไทย ได้จากอาจารย์บูรพา วิชาทำเทียน
วิชายันต์ก็คล้ายกัน แต่ผมพยายามไม่เอารูปแบบแบบนั้นออกมา เพราอาจจะหาว่างมงาย
พยายามเอาเฉพาะแก่นออกมาของศาสตร์นี้ มันคือการฝึกพลัง กับการฝึกจิต เหมือนกัน
ทีมงาน: อย่างวิชาต่อสู่ละครับอาจารย์
อ.สุวินัย: วิชาต่อสู่ของไทย ตอนสอนเด็กผมก็สอนนะ สอนเด็ก อย่างเราเป็นคนไทย
อย่างน้อยให้รู้จักวิชามวยไทยโบราณ แต่โดยศาสตร์การต่อสู้ผมก็บูรณการอยู่แล้ว
แต่หลักของผมเป็นมวยจีน เพราะมวยจีนทฤษฏีและหลักวิชาสูงมาก ประวัติศาสตร์การต่อสู้เขายาวนานกว่าเรา
เท่านั้นเอง แต่เด็กผมสอนมวยไทยด้วยนะ แต่ถ้าเรียนขั้นสูงจะสอนเป็นมวยกำลังภายใน
ของจีน
ทีมงาน: และอย่างเวลาอย่างเยาวชนมาเรียนจะสอนแค่ศาสตร์เดียวหรือว่า
สอนทุกอย่าง
อ.สุวินัย: มีเด็กบางคนพอเรียนมาเขาเห็นผมเล่น กู่เจิง เขาอยากเรียนผมก็จะสอนให้
แต่ผมก็มีเงื่อนไขนะ ต้องไว้เล็บ ต้องบอกคุณพ่อเอากู่เจินมา เพราะเวลาผมสอนใครผมไม่อยากให้เขาทิ้ง
แค่นั้นเอง ผมสอนไม่เอาตังค์นะ คือผมสอนให้ฟรี เพราะถ้ามาเป็น member ที่นี่แล้ว
หมากล้อมก็สอนให้ฟรี กู่เจิงก็สอนให้ฟรี มันเหมือนให้โบนัส แต่จริงๆผมเป็นเป็นคนรักการเรียนรู้มากกว่าและพอผมเจอเด็กรักการเรียนรู้ผมก็เอ็นดู
ผมก็จะถ่ายทอดให้ เพราะแค่มาเป็น member เราเราก็ให้แล้ว เรียกว่าคุ้มครับสุดคุ้ม
package เราสุดคุ้ม เราต้องการสร้างสิ่งแวดด้อมที่เราควบคุมได้ ให้เป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด
สำหรับคนที่มาเรียนรู้ที่นี่ในทุกวัย
ทีมงาน: และอย่างธรรมดานี้คนเราจะให้เวลาในการเรียนรู้จากที่นี่อาจารย์ว่าประมาณกี่ชั่วโมงต่อวัน
อ.สุวินัย: มันไม่เป็นอย่างนี้ครับ อย่างแรกๆนี่มันเหมือนกับว่าผมเข้าใจว่าเป็นการมาเรียนศิลปะในการใช้ชีวิตมากกว่าใช่ไหมครับ
พอมาเรียนอย่างนี้ก็คือว่า course หนึ่งเพื่อสุขภาพมันก็ได้แล้วนะ แต่คุณต้องไปทำเอง
อย่างเหมือนเรียนดนตรีอย่างนี้พอรู้โน้ตรู้อะไร ถ้าอยากเก่งต้องฝึกฝนนานหน่อย
แต่อย่างเด็กผมแนะนำให้อยู่กับผมเลยนะ เพราะอยู่กับผม 3 ปี จะเก่งมากไอคิวมันจะสูง
หมายความว่าความสามารถในการเรียนรู้สูงมาก เพราตามทฤษฏีที่เราดู ที่นี้เรารับตั้งแต่
5 ขวบ - 12 ขวบ พวกนี้เรายังปั้นได้ทัน โดยเฉพาะ 5 - 8 ขวบเรามั่นใจเลยว่าปั้นได้
ถ้ามาเรียนกับเราต่อเนื่องนะประมาณ 3 ปีเห็นผลเลย เพราะว่าไอคิวสูง คือสมมุติว่าเด็กทั่วไปความสามารถในการเรียนรู้ตั้งแต่สิบสองขวบ
ใช่ไหม จริงๆแล้วถ้าอยู่กับศูนย์เรานะเริ่มตั้งแต่ 5 ขวบนะ ประมาณ 8 -
9 ขวบก็ได้ละ ได้มากกว่าเด็กทั่วไป 12 ขวบเพราะพัฒนาการได้เร็วกว่ามาก
เพราะเราสอนเรื่องการเรียนรู้ เพราะผมระดับ ดอกเตอร์ แนะนำหนังสือ สร้างอุปนิสัยใจคอเขา
และใช้ชีวิตแบบรวมหมู่ ในสังคมที่เป็นแบบนี้หมด
ทีมงาน: ทราบว่าอาจารย์สอนเล่นโกะอยากให้อาจารย์อธิบายถึงการมีประโยชน์ของการเล่นโกะ
ของตัวโกะ
อ.สุวินัย: หมากล้อมนี้จริงแล้ว หมากรุกก็สำคัญนะเพราะเมื่อก่อนผมก็เล่น
chess มาก่อนผมคล้ายๆ คุณก่อศักดิ์ หมากล้อมคือเต๋าเพราะมันเป็น digital
เพราะมันมีแค่ ดำกับขาว แล้ววางคนละทีแล้วการเปลี่ยนแปลงตามมา หมากล้อมกระดานมันหมายถึง
เรียก microcosmic เป็นจักรวาลย่อย หมากล้อมเป็นที่ๆเราสร้างสรรค์ Patten
หรือรูปแบบของข่าวสารโดยเน้นความปองดองกันระหว่างเรากับผู้เล่น ถ้าหากเราแพ้ก็คิดว่าเพราะอัตตาเรามันเกิด
อย่าคิดเอาชนะเกินไป เพราะการเรียนหมากล้อมมันเป็นกระจกเงาที่ดีในการให้เราพิจารณาตัวเอง
เพราะในแง่เต๋าเป็นหยินหยางตลอดเวลานะ เพราะในแง่เต๋าทุกอย่างเป็นหยินหยางหมด
แต่ผมหัดไทเก็กมานานมากนะ เพราะไทเก็กเป็นการเคลื่อนไหวโดยการแปรเปลี่ยนของหยินหยาง
แล้วถ้าไม่เอาไทเก็กผมจะให้ให้เรียนหมากล้อม แต่ทางที่ดีผมอยากให้เรียนทั้งไทเก็กและหมากล้อม
เพราะถ้าหมากล้อมเนี้ยมันพัฒนาทางสมองมันไม่ได้พัฒนาการเคลื่อนไหว แต่มันคืออันเดียวกัน
ทีมงาน: คือฝึกร่างกายไปด้วยกัน ใช่ไหมครับ
อ.สุวินัย: ใช่ๆ ผมนี้ผมเป็นธรรมชาติมากหลายหลังจากที่ผมเรียนไทเก็กแล้วผมมีโอกาสได้เรียน
หมากล้อมแต่ผมเรียนไม่นานเพราะเราเข้าถึง เพราะว่ามีทั้งการ์ตูนฮิคารุ
มีทั้งคนเล่น เมื่อก่อนไม่อยากเล่นเพราะไม่มีคนเล่น แต่ตอนนี้เป็นสมาคม
ต่อไปเราจะปั้นเด็กแล้วส่งไปแข่ง ทำเป็นสำนักหมากล้อม หรือสำนักมังกรบูรณา
เพื่อช่วยสร้าง ผมมีตำราหมากล้อมมาจากญี่ปุ่นดีๆแยะมาก มันเป็นเรื่องข่าวสารเท่านั้นเอง
มันเป็นเรื่องของการ training เหมือนกับคณิตศาตร์และผมคิดว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้าศูนย์เราจะมีคุณูปราการ
ต่อวงการหมากล้อมของเมืองไทย เพราะผมเป็นคนที่ทำอะไรแล้วมีการวางแผนและเอาจริง
ผมจะช่วยคุณก่อศักดิ์ โปรโมท และผมชอบกู่เจิ่ง เพราะผมเข้าใจว่าดนตรีนี้
เพราะดนตรีเครื่องสายมันมีผลต่อการพัฒนาจิตใจคน
ทีมงาน: มีผลอย่างไรครับ
อ.สุวินัย: มันจะมีไวโอลิน กับเครื่องสายคือพิณ เป็นดนตรีที่เหมือนกับเสียงมาจากสวรรค์เลย
น่าทึ่งมากและผมก็ได้มีวาสนาได้เจอกับท่านอาจารย์กัวหยุนเซียง ผมคิดว่าครูนักกู่เจิ่งในเมืองไทยนะที่เป็นครูคนจีน
มีไม่กี่คนหรอกฮะ แต่คนนี้เป็นอันดับหนึ่ง เล่นเหมือนหัตถ์เทวะเลยฮะ มือพริ้วมาก
เราเห็นแล้วประทับมาก คือหลงใหลเลย ตอนนี้ผมมีกู่เจิ่งอยู่ 5 ตัว ผมเรียนแล้วดีมากและคิดว่าต่อไปจะทำชมรมกู่เจิ่งและจะเผยแพร่ตามนี้
เพราะคนเรียนเปียโนเยอะ แต่ทางศาสตร์ตะวันออกมันน้อยนะ น่าสนใจ ครับแต่เรียนยาก
เพราะมือต้องพริ้วมาก และต้องทุ่มเทจริงๆ ความตั้งใจสูงมาก ก็แค่ว่าตัวเองก็จะมีคุณูปการให้กับ
บูรณาการศาสตร์ในเมืองไทย เพราะเรียนแล้วมันดีต่อจิตใจมากเลย เพราะสมัยก่อนมีแต่คนในราชวังของจีนเท่านั้นที่จะได้เรียน
หายากมีโอกาสได้เรียนต้องเผยแพร่ และก็หมากล้อม และวิชากำลังภายใน และก็ศิลปะการต่อสู้
และ ความเข้าใจในเชิงโลกทัศน์เนี้ย อันนี้จะเป็นประโยชน์
ทีมงาน: ทำให้มองโลกกว้างขึ้น ใช่ไหมครับ
อ.สุวินัย: โอ้เยอะมากเลย รู้กับไม่รู้มันต่างกันแยะมากเลยนะ ประเทศเราจะอยู่ในโลกของศตวรรษที่
21 นี้ก็ต้องเข้าใจเรื่องบูรณาการ และโชคดีที่มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์อย่างคุณทักษิณ
แต่แค่นี้ไม่พอจะพึ่งแต่คุณทักษิณอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องสร้างคนดีขึ้นมาอีกแยะ
ต้องมียิ่งกว่าคุณทักษิณเก่งกว่าคุณทักษิณอีกเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสน
รับประกันความเจริญแบบรุ่งเรืองได้ ผมคิดว่าเรา ตอนนี้ผมคิดว่าเปิดเป็นแห่งแรกในแถวเอเซียนี้มั้ง
มันไม่มีหรอกเพราะว่าศาสตร์นี้เพิ่งใหม่ คิดโดยเคน วิลเบอร์ ที่เป็นอัจฉริยะ
เขาเรียกเรียก ไอสไตน์ทางจิต ในเมืองไทยที่เปิดสอนวิชานี้ก็มีแต่ที่ธรรมศาสตร์
ในมหาวิทยาลัยเพิ่งมีไม่นานนี้เองมีในอเมริกาแต่มีเป็นเครือข่ายอยู่ คือคนยังไม่เข้าใจไง
คนเหล่านี้ในโลกมีแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ นักวิชาการที่จะเข้าใจเรื่องบูรณาการต้องเป็นคนที่หัวก้าวหน้า
มันเป็นอะไรที่ใหม่มาก เหมือนกับสมัยก่อนประมาณซัก 1920 มีคนเข้าใจเรื่องแควนตัมแค่
4 คนในโลกนี้ แต่ตอนนี้คนเข้าใจเริ่มเยอะแล้ว ก็เหมือนกันและแหละ ตอนนี้
Integral studies ก็มีคนเข้าใจ ผมเข้าใจว่าหลักหมื่นนะส่วนใหญ่เป็น ฝรั่ง
ประมาณหมื่น พวกปัญญาชน ถ้าหากว่าที่รวมก่อตั้งกันจริงๆนะ เป็นหลักร้อย
แต่ต่อไปอันนี้จะเป็นตัวนำวงการวิชาการ เมืองไทยมีไม่มาก ถ้าไม่ใช่นักวิชาการนะ
ก็มีในธรรมศาสตร์ก็ที่ผมสอนอยู่ ที่ก่อตั้งโดยศาสตราจารย์ด็อกเตอร์อภิชัย
พันธเสน โครงการปริญญาเอกศาสตร์วิทยาการ ตัวตั้งตัวตีเรื่องนี้
ทีมงาน: ปัจจุบันมีนักศึกษาเยอะไหม ครับ
อ.สุวินัย: ส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาต่อปริญญาเอก พอสอนพวกเขาก็งงเพราะไม่มีใครเคยได้เห็น
ธรรมดาที่เห็นส่วนใหญ่เป็นแบบจับแพะชนแกะ เข้าใจยากยังไม่เห็น ถึงต้องมีหลักสูตรนี้ไง
และต้องมีระบบสอนที่เป็นขั้นตอน เพราะเป็นศาสตร์ใหม่จริงๆ
ทีมงาน: อาจารย์มีแนวโน้มจะเผยแพร่ความรู้อันนี้ออกไปทางอื่นอีกไหม
อ.สุวินัย: ทางหนังสือนี้ฮะ มันก็ยากทาง ขอเป็นหลักวิชาได้ไหมฮะ มันค่อนข้างยากมันต้องเข้าใจเรื่องจิต
นี่ครับมันมีหลักวิธี มันเป็นเรื่องปัญญาชนชนจริงๆ เพราฉะนั้นผมเลยสอนแนวทางปฏิบัติไปก่อน
หัดอย่างนี้ไป ถ้าอ่านต้องอ่านหนังสือผม ต้องใช่เวลาหน่อยนะ ผมเป็นรุ่นบุกเบิก
ทีมงาน: ถ้าคนเขาอยากเรียนกับอาจารย์
อ.สุวินัย: ภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติละ ถ้าเขาจะเรียนผสมกันไป ตอนนี้ที่ศูนย์ไม่ได้จัดอบรมภาคทฤษฎีเลย
ถ้าเกิดมานี่ควรมาเป็น course ผมยินดีสอนให้ เวลาสอนนี้ผมก็สอนเหมือนกับปริญญาเอก
แค่ประมาณ 10 ครั้งก็พอ ครั้งละ ชั่วโมงครึ่ง แล้วผมจะเตรียมเอกสารเตรียมให้
แต่ต้องมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษหน่อยนะ เพราะบางเรื่องจะค่อนข้างยากหน่อย
ผมก็ยินดีสอนให้ ไม่แน่เรียนภาคปฏิบัติด้วย
ทีมงาน: ถ้าเกิดคนที่เขาอยากมาเรียนแต่เขาไม่รู้จักพื้นฐานที่ดีพอจะทำยังไงครับ
อ.สุวินัย: ก็ให้มาที่ศูนย์เราลองมาหัดดูเพราะวิชาที่หัดเรามีครูประจำไม่ยาก
ถ้าอยากความรู้ความเข้าใจเชิงทฤษฏีต้องอ่านหนังสือผม อะไรแบบนี้ไหมแล้วค่อยคุยกันได้
ผมก็จัดสัมมนานะ แต่คนไม่ค่อยมากัน พักหลังผมก็เลยไม่ค่อยอยากจัด เสวนาเดือนละครั้ง
แต่ว่าจริงๆแล้วจัดมาเป็นแบบสัมมนาจะดีกว่า และถ้า 10 ครั้งรู้สึกว่ามันนานไปก็ลองเสนอมาเป็นความจำนงไว้ก็ได้ครับ
5 คน 10 คนก็ได้ครั้งหนึ่ง ถ้าพูดมาผมก็ยินดี มีค่าใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นเท่านั้นเอง
เพราะที่นี่ตามโบชัวร์ก็บอกแล้วยินดีจัดสัมมนาเพียงแต่ที่ผ่านมาคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ
ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไง คือความรู้ผมเยอะมาก มาเรียนกับผม ได้จากผมไม่ถึง
10 เปอร์เซ็นต์ หนังสือผมเขียนก็เกือบ 30 เล่ม
ทีมงาน: แล้วจุดยืนของเยาวชนกับการพัฒนาประเทศที่อาจารย์คิดว่าอยากให้เป็น
อ.สุวินัย: เขาจะต้องบูรณาการอารมณ์ ลมปราณ สมองเข้าด้วยกันให้ได้รับรองไม่ตีกันหรอก
และเด็กดนตรีก็ควรจะได้ ได้ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น กีฬาก็ต้องเล่น และกระตือรือร้นในการเรียนรู้เสมอ
แต่ปัญหาที่น่าเสียดายคือระบบการศึกษาปัจจุบันทำลายตรงนี้ ผมเลยต้องเปิดสอนหลักสูตรตรงนี้เพื่อให้เป็นทางเลือก
เด็กๆอย่าไปกวดวิชา การกวดวิชาทางมหาวิทยาลัยแทบไม่จำเป็นเลย เพราะสมัยนี้ไม่เกี่ยวกับมหาวิทยลัยเลยเพราะสมัยนี้เป็นโลกของ
internet แล้ว ผมมีลูกศิษย์คนหนึ่งนะเขาบวชตามพี่ชายตั้งแต่อายุ 15 ปี
บวชอยู่ 5 ปีพอกลับมาตอนนี้เขายังไม่จบ ม.3 เลย แต่เขานี้เขามาอยู่กับศูนย์เรา
ผมก็สอนมวยจีน สอนกำลังภายใน เพราะพื้นฐานเขาเป็นเณรมา สอนหมากล้อม สอนกู่เจิ่งเขา
ต่อไปเขาจะเก่งมาเลย จริงๆแล้วไม่ต้องผ่าน formal education เหมือนกับจาพนม
ขอให้มันเก่งจริงเถอะ มันมีช่องทางแน่สมัยนี้ เหมือนบิล เกตแห่งไมโครซอฟก็ไม่ได้จบ
ขอให้คุณเก่งจริง การจะเก่งแบบนี้คุณจะต้องมีความเชี่ยวชาญภายใต้บริบท
ของบูรณาการศาสตร์ คุณจะรู้ว่าความเชี่ยวชาญพิเศษของคุณจะอยู่อย่างไรท่ามกลางความหลากหลาย
ใช่ไหมแล้วคุณมีความเข้าใจ คุณจะมีความยืดหยุ่นพอ ปัญหาเด็กมัธยมส่วนใหญ่กลัวการ
Entrance อย่าไม่กลัว ไม่ต้องไปติดกับการ Entrance ไม่ต้องไปติว ผมไม่เห็นด้วยกับการติว
มันทำลายเวลาอันมีค่าของเด็ก เพราะการติวเตอร์มันเป็น content และ content
มันเปลี่ยนตลอดเวลา แต่ช่วงที่สำคัญสำหรับชีวิตคือช่วงประมาณ 3 - 9 ขวบน่าจะเป็นเวลาในการเตรียมพื้นฐาน
เรียกว่าทัศนคติในการเรียนรู้ หรือบุคลิกภาพในการเรียนรู้ ถ้าหลังจากนั้นช้าไปแล้ว
ช้าไปจริงๆ ถือถ้าเอาหลัง 9 ขวบมาให้ผม เขาต้องศรัทธาในตัวผม ต้อง ศรัทธาในวิถีตะวันออกถึงจะรอด
ถึงจะเรียนได้ไง
ทีมงาน: เพราะวัยเขาก็อยากเรียนรู้อยู่แล้ว ใช่ไหมครับ
อ.สุวินัย: ใช่ๆรับได้หมด เด็กจะเรียนรู้ด้วยธรรมชาติมาก หลังจาก 9 ขวบจะมีแรงต้านมาก
ยกเว้นเขาชอบทางด้านตะวันออก
ทีมงาน: แล้วการให้เด็กไปเรียนตั้งแต่เด็กๆ
อ.สุวินัย: ผิดเป็นการศึกษาที่ผิดเลย ถ้ามองในแง่ integral intelligent
เพราะมันเป็นการหลอกเงินพ่อแม่ เพราะมันเป็นการศึกษาเชิงพาณิชย์ เอาความกลัวไงเรียนด้วยความกลัว
เพราพ่อแม่กลัวลูกจะไม่ก้าวหน้าอยู่ในสังคมไม่ได้ พ่อแม่เลยไปกวดเด็ก เด็กก็เลยเครียดไม่มีคามสุข
เพราะนี้ไม่ใช่ nature ของเด็ก เพราะงั้นผมก็เลยทำเป็นทางเลือกให้ด้วยเปิดสอนในวันเสาร์อาทิตย์
เพื่อให้แบบนี้มาถ้าเขาเข้าใจนะ แต่ส่วนใหญ่ก็ลำบาก
ทีมงาน: ข้อสุดท้ายคืออยากให้อาจารย์ฝากอะไรถึงเยาวชนที่จะเข้ามาใน
Web
อ.สุวินัย: คือว่าชีวิตนี้ควรเลือกเอง ถ้าชีวิตที่ดีที่สุดคือการได้เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองรัก
ผมบอกเลยอย่าอยู่ด้วยความกลัว อยู่ด้วยความรัก นั่นเป็นสิ่งที่ควรกระทำ
และมีความมั่นใจ พลังที่แท้จริงมาจากความรักและมาจากสันติภายใน ปัญหาทั้งหมดเกิดนั้นเพราะเราไม่มีสันติภายในเพราะเราไม่รู้ว่าความรักคืออะไร
และเราไม่สามารถรักตัวเองได้อย่างแท้จริงเท่านั้นเอง
ทีมงาน: ขอบคุณอาจารย์มากครับ
(จาก www.youngerblood.net/prestagesuvinai.htm)
|