|
ธรรมบูรณา ภารกิจศักดิ์สิทธิ์กับบทเรียนการกู้ชาติทางจิตวิญญาณของ
ศรี อรพินโธ (ตอนที่ 46)
www.suvinai-dragon.com
46. จิตศักดิ์สิทธิ์แห่งจตุคามรามเทพ (ต่อ)
อะไรคือ ระบบความเชื่อของ จิตศักดิ์สิทธิ์ อย่าง องค์จตุคามรามเทพ? บางทีการดูกระบวนการก่อนสร้างเสาหลักเมือง
แกะสลักเสาหลักเมือง ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่เสาหลักเมืองเสร็จสิ้นสมบูรณ์
จะทำให้เราเข้าใจ ระบบความเชื่อขององค์จตุคามรามเทพ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
หลังจากที่หา ไม้ตะเคียนทอง มาทำเป็นเสาหลักเมืองใหม่เพื่อถอนคำสาปใน พ.ศ.
1830 ได้แล้ว องค์จตุคามรามเทพ ก็สั่งให้ พล.ต.ท.สรรเพชญ ธรรมาธิกุล ทำพิธีกรรมล้างอาถรรพ์หลายพิธีดังต่อไปนี้
(1) พิธีกรรมเผาดวงชะตาเมือง เพื่อล้างอาถรรพ์ดวงชะตาเมืองเดิม
(2) พิธีลอยชะตาเมือง เพื่อทำลายดวงชะตาเมืองเดิม
(3) พิธีสะกดหินหลัก เนื่องจากหินหลักเป็นสิ่งที่พวกพราหมณ์ดั้งเดิมฝังอาถรรพ์เสนียดจัญไรเอาไว้
(4) พิธีปลุกยักษ์วัดพระมหาธาตุ เพื่อให้ตื่นมาทำหน้าที่รักษาเมือง หลังจากที่พวกพราหมณ์ใช้อาถรรพ์สะกดมาเนิ่นนาน
(5) พิธีปลุกพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ที่สถิตอยู่ ณ หอพระพุทธสิหิงค์ซึ่งหลับใหลมานานปีให้ตื่นขึ้นช่วยบ้านเมือง
(6) พิธีกรรมพลิกธรณี เพื่อทำให้บ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรืองต่อไปในวันข้างหน้า
(7) พิธีกรรมเทพชุมนุมตัดชัย เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านเมือง
(8) พิธีกรรมตอกหัวใจสมุทร เพื่อทำให้ดวงชะตาเมืองถูกบรรจุด้วยธาตุทั้งสี่
คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ครบถ้วน
(9) พิธีกรรมฝังหัวใจเมือง โดยที่หัวใจเมืองที่ทำขึ้นมาเป็นโลหะสามกษัตริย์อันได้แก่
ทอง นาก เงิน มีอย่างละแผ่น แต่ละแผ่นคั่นกลางด้วยแผ่นไม้ตะเคียนทองเพื่อรองรับแผ่นหัวใจเมือง
แผ่นไม้ดังกล่าวองค์จตุคามรามเทพได้กรีดเลือดเขียนคาถาอาคมไว้ด้วย
พิธีกรรมแต่ละพิธีข้างต้นนี้ มีความละเอียดอ่อน ซับซ้อน และลึกซึ้ง แฝงความหมายเชิงปรัชญาอันเป็นสิริมงคลต่อบ้านเมืองอย่างสูงสุด
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาอัน เหนือมนุษย์ ของ องค์จตุคามรามเทพ
ได้เป็นอย่างดี
การแกะสลักเสาหลักเมืองก็เช่นกัน รูปลักษณ์และองค์ประกอบที่ช่างผู้สลักบรรจงแกะขึ้นมาตามคำสั่งของ
องค์จตุคามรามเทพ ตั้งแต่ฐานจนถึงยอดมีลวดลายเก้าแบบ ทุกแบบแกะสลักขึ้นด้วยคติธรรม
ความเชื่อของชาวศรีวิชัยโบราณทั้งสิ้น กล่าวคือ
(1) ฐานวงกลมเก้าชั้น
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า มนุษย์ทุกคนมีต้นกำเนิดมาจากดิน เมื่อถึงกาลดับขันธ์ก็จะสลายร่างกลายเป็นดิน
ทุกอย่างเป็นอนิจจัง
(2) ลวดลายมงคลเล็ก
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า ทุกคนเกิดมาเมื่อลืมตาดูโลก ย่อมเป็นทารกที่สะอาดบริสุทธิ์ดุจผ้าขาวไม่มีรอยเปื้อน
ถือเป็นสิ่งมงคลขนาดย่อม แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป สังคมและสิ่งแวดล้อมมีส่วนทำให้ความบริสุทธิ์และความสะอาดนั้นแปรเปลี่ยนไป
(3) ลวดลายดอกและใบลำโพง
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า เมื่อมนุษย์เติบโตขึ้นย่อมถูกครอบงำด้วยอารมณ์
กิเลส ตัณหา ราคะ ความมัวเมาทั้งปวง สันดานกับสภาพแวดล้อมจะหล่อหลอมปรุงแต่งให้คนเรากลายเป็นผู้ร้อนรน
เป็นทุกข์ อยากได้อยากมี อย่างไม่มีขอบเขตจำกัด อ่อนไหว หันเหไปตามอารมณ์เบื้องต่ำ
เสมือนต้นลำโพง พันธุ์ไม้พื้นเมืองที่มีพิษ ซึ่งสามารถชุบย้อมจิตใจให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้
(4) ลวดลายขดมงคล
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า มนุษย์เป็นสัตวโลกที่มีเหตุผล และมีความคิดรู้จักจำแนกเลือกเฟ้นความดีความชั่ว
รู้จักสร้างสมขนบธรรมเนียมประเพณีและอารยธรรมจนพัฒนาก้าวหน้าไม่หยุดยั้งได้
แม้ว่ากิเลส ตัณหา ราคะ และอารมณ์เบื้องต่ำจะคอยก่อกวนชักจูง แต่หากรู้จักเลือกทางที่ดีแล้ว
ก็จะทราบถึงเหตุถึงผล แสวงหาทางดับทุกข์จนดำเนินชีวิตอย่างมีความสงบสุขได้
(5) ลวดลายมงคลครอบเสา
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งของสัตวโลกทั้งหลายสามารถช่วยชี้ช่องทางให้มนุษย์มีดวงตาเห็นธรรมได้
(6) ลวดลายบัวคว่ำ-บัวหงาย
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า องค์จตุคามรามเทพ ปฐมกษัตริย์ชาวศรีวิชัย ได้รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรมของพระพุทธศาสนา
หยั่งถึงความดีความชั่วอันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ จึงศรัทธาเลื่อมใสพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า
มุ่งหวังให้ชาวศรีวิชัยทุกรูปนามได้รับแสงแห่งพระรัตนตรัย จึงอุทิศทรัพย์ศฤงคารทั้งปวงสร้างพระธาตุเป็นพุทธบูชา
(7) ลวดลายน่องสิงห์
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า เมื่อมีการสถาปนาหลักเมืองขึ้นแล้ว องค์จตุคามรามเทพ
จะสำแดง เทวอำนาจ ให้ปรากฏแก่ชาวเมืองจะควบคุมความเป็นไปของบ้านเมืองให้ดำเนินไปตามทำนองคลองธรรม
ส่งเสริมผู้กระทำความดี และล้างผลาญทำลายผู้ก่อกรรมทำชั่ว
(8) รูปพรรณสี่หน้า
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า องค์จตุคามรามเทพ เทวดาผู้รักษาบ้านเมืองเป็นผู้รอบรู้สรรพศาสตร์ทั้งหลาย
และเป็นผู้เข้าถึงพระอภิธรรมขั้นสุดยอด ประกอบด้วยทิพยญาณหยั่งรู้ในไตรโลก
คือ อดีต ปัจจุบัน อนาคต มีอำนาจเหนือชีวิตมนุษย์ การปรากฏขององค์จตุคามรามเทพ
ก็เพื่อลงมาเตือนสติชาวโลกให้ทราบว่า การประกอบความชั่ว แม้จะเล็ดลอดสายตาผู้คนหรืออาจหลอกลวงมนุษย์ธรรมดาได้
แต่ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของเทวดา และจิตศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงได้
(9) เปลวเพลิงยอดพระเกตุ
ประดิษฐ์จากความเชื่อที่ว่า ในที่สุดแล้ว ธรรมะย่อมชนะอธรรม บ้านเมืองนี้จะแปรเปลี่ยนไปสู่ความรุ่งโรจน์
และกลายเป็นอู่อารยธรรมของคาบสมุทรไทยอีกครั้ง เหมือนดังเคยเป็นมาในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย
นอกจาก ระบบความเชื่อ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว การมีความเข้าใจต่อ อภิปรัชญา
ของ จิตศักดิ์สิทธิ์ อย่างองค์จตุคามรามเทพ ก็มีความสำคัญเช่นกัน ต่อการทำความเข้าใจ
ปรากฏการณ์จตุคามรามเทพ เนื่องจาก วิชาโหราศาสตร์โบราณของชาวศรีวิชัย
ให้ความสำคัญกับการสร้างหลักเมืองเป็นพิเศษ ในฐานะที่สามารถเป็นหลักในการป้องกันภัยพิบัติต่างๆ
ที่จะเกิดขึ้นแก่บ้านเมืองได้
นอกจากนี้ วิชาโหราศาสตร์โบราณยังให้ความสำคัญกับการมาเยือนของดาวหางฮัลเล่ย์เป็นพิเศษ
โดยมองว่าเกี่ยวพันกับ พระราหู และเมื่อ พระราหู ได้โคจรครบจักรราศี
ทางโหราศาสตร์จะเรียกปีนั้นๆ ว่าเป็นปีที่ พระราหูอวตาร
เนื่องจากดาวหางฮัลเล่ย์จะมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้งใน พ.ศ. 2531องค์จตุคามรามเทพ
จึงต้องการให้สร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาเพื่อป้องกันภัยพิบัติหรือความหายนะที่จะเกิดขึ้นแก่บ้านเมือง
ใน วิชาโหราศาสตร์ขององค์จตุคามรามเทพ นั้น ดูเหมือนว่า ท่านจะให้ความสำคัญกับ
พระราหู เป็นพิเศษ แต่ พระราหู คือสิ่งใดเล่า? ใน จักรวาลวิทยาของชาวศรีวิชัยโบราณ
นั้น ยึดถือว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยจักรวาลที่มีดาวเคราะห์น้อยใหญ่
7 ดวงเป็นบริวาร ในบรรดาดาวเคราะห์ทั้งหลาย โลก ของเราถือว่าเป็นดาวเคราะห์ที่มีขุมพลังธาตุ
ดิน น้ำ ลม ไฟ อยู่อย่างพร้อมมูลที่สุด อีกทั้งยังมี ชั้นบรรยากาศ อันหนาแน่นห่อหุ้มอยู่โดยรอบ
ชั้นบรรยากาศ นี้ ไม่เพียงเป็นเกราะป้องกันให้มวลโลกธาตุหลุดลอยออกไปเท่านั้น
หากยังควบคุมอุณหภูมิให้เกิดความอบอุ่นเหมาะสมสำหรับเป็นแหล่งกำเนิดของสรรพชีวิตด้วย
การที่โลกหมุนรอบตัวเอง และโคจรไปรอบดวงอาทิตย์ ทำให้ซีกโลกอีกด้านหนึ่งที่ไม่ได้รับแสงสว่างจะบังเกิดเป็น
เงามืด เรียกว่า กลางคืน เหตุที่โลกบังเกิด เงามืด ขึ้นใน ภาคกลางคืน และเป็น
เงามืด ที่ทอดตัวออกไปใน ชั้นบรรยากาศ ที่แผ่ขยายขอบเขตออกไปกว้างไกลสุดพรรณนานี้แหละที่ทำให้ทาง
โหราศาสตร์โบราณของศรีวิชัย เงามืดของโลกในภาคกลางคืน นี้ว่า พระราหู
ที่อัดแน่นไปด้วยละอองธาตุทั้งสี่ และคลื่นพลังนานาชนิด
คลื่นพระราหู นี้เป็นสื่ออันทรงประสิทธิภาพของโลกในการรองรับอนุภาคของแสงดาว
และเป็นเส้นทางลำเลียงระบบธาตุบนชั้นบรรยากาศลงมาปรุงแต่งกับระบบธาตุในโลกเพื่อให้เกิดรูปธรรมชาติดังที่เห็นและเป็นอยู่
คลื่นบรรยากาศโลกในเงามืด ที่ทางโหราศาสตร์โบราณของชาวศรีวิชัยเรียกว่า
พระราหู นี้เป็นสิ่งที่คนเราพบเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ตั้งแต่แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
และความมืดย่างกรายเข้ามาในยามราตรี โดยที่ทางโหราศาสตร์โบราณของชาวศรีวิชัยเชื่อว่า
มีความลึกลับพิสดารซ่อนอยู่ภายในขอบเขตเงามืดของโลกอยู่ตลอดเวลา
เพราะ เงาราหู และ คลื่นพระราหู เป็นทางเดิน หรือท่อลำเลียงธาตุจากชั้นบรรยากาศจากรอบนอกสุดขนาดมหึมาลงมาสู่ชั้นกลางของบรรยากาศ
ก่อนที่โลกจะดึงดูดลงมาปรุงแต่งแปลงสภาพกับธาตุในโลก นี่จึงเป็นคำอธิบายว่าเหตุใดดวงดาวจึงเข้ามามีอิทธิพลต่อชะตาชีวิตของคนเรา
และของความเป็นไปในโลกได้ ก็เพราะ บทบาทของคลื่นพระราหู ที่เป็นระบบชั้นบรรยากาศของโลกที่คอยปรุงแต่งสภาพของโลกธาตุ
และอนุภาคของแสงดาว บันดาลให้เกิดขั้วบวก ขั้วลบ และความเป็นกลางกับบันดาลให้เกิดการผสมผสานกับธาตุในโลกอันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของการกำเนิดสรรพสิ่งทั้งหลายขึ้นในโลกนั่นเอง
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า พระราหู คือภาพมายาอุปทานทั้งหลายทั้งปวง
ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวโลกใบนี้
ด้วยเหตุนี้ พระราหู จึงเป็นเคล็ดวิชาที่สำคัญยิ่งใน วิชาเหนือฟ้าเหนือดิน
ของ องค์จตุคามรามเทพ ที่ใช้ในการปลุกเสกเครื่องรางของขลัง และวัตถุมงคลของท่าน
(ยังมีต่อ)
(จากผู้จัดการออนไลน์)
|