|
ธรรมบูรณา ภารกิจศักดิ์สิทธิ์กับบทเรียนการกู้ชาติทางจิตวิญญาณของ
ศรี อรพินโธ (ตอนที่ 26)
www.suvinai-dragon.com
26. จักรวาลน้อยของนักกลยุทธ์
...ต้นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 กรุงเทพมหานคร
เช้าตรู่วันนั้น เขา รีบลุกจากที่นอนตรงดิ่งไปที่ต้นโพธิ์ใหญ่ข้างบ้านเหมือนเช่นเคย
พร้อมกับธูปก้านหนึ่งที่จุดแล้วในมือ ต้นโพธิ์ต้นนี้ เขา เป็นคนปลูกเองกับมือตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน
อาจเป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของดินที่อยู่ติดคลองด้วยกระมัง จึงทำให้ต้นโพธิ์ต้นนี้เติบโตอย่างรวดเร็วผิดปกติ
เพราะเพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น ต้นโพธิ์ต้นนี้ก็เติบใหญ่ขนาดสองคนโอบ สูงกว่าตึกสี่ชั้นและแผ่กิ่งก้านใบหนาดกออกเป็นบริเวณกว้าง
เขา รู้ว่านี่คงถึงเวลาแล้วที่ตัวเขาจะใช้โคนต้นโพธิ์ต้นนี้เป็นตำแหน่งแห่งที่ของตัวเขาใน
จักรวาล เพื่อการบำเพ็ญเพียรทางจิต และการเจริญสมาธิภาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่
เขา เริ่มงานเขียนชุด พุทธบูรณา หรือ พุทธทาสฉบับท่าพระจันทร์ เป็นตอนๆ
ในหนังสือพิมพ์ ผู้จัดการรายวัน ตัวเขาก็ยิ่งขะมักเขม้นมานั่งบำเพ็ญเพียรทางจิตที่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่นี้ทุกเช้ามิได้ขาด
พลัง แรงบันดาลใจ ความสร้างสรรค์ และปัญญาญาณทั้งปวงในงานเขียนงานคิด และการงานอื่นของ
เขา ล้วน ผุดบังเกิด ขึ้นมาจากที่นี่ทั้งสิ้น
ที่โคนต้นโพธิ์ต้นนี้ เขา ได้ปูแผ่นไม้ที่ด้านหนึ่งสูงกว่าอีกด้านหนึ่งสามนิ้วเพื่อใช้รองนั่งแทนอาสนะ
หลังจากปักธูปที่จุดแล้วไว้บนพื้นดินตรงข้างหน้า เขา ก็นั่งขัดสมาธิสูดลมหายใจลึกๆ
ช้าๆ อย่างตั้งมั่นและผ่อนคลาย เขาฝึก สมาธิแบบวัชรเซน ต่อเนื่องไปจนธูปดับหมดก้าน
จึงค่อยออกจากสมาธิ
บริเวณรอบๆ ต้นโพธิ์ใหญ่ที่ เขา นั่งสมาธิอยู่นั้น เป็นป่าละเมาะเล็กๆ
บนพื้นที่รกร้างที่ยังไม่ได้ถูกพัฒนา เพียงไม่กี่ก้าวจากต้นโพธิ์ใหญ่เป็นลานปูนเล็กๆ
ที่ เขา ใช้ฝึก มวยฝ่ามือมังกรแปดทิศ (ปากัว) ที่เป็นการฝึกเดินเป็นวงกลมรอบเสาไม้กับต้นขนุนเป็นรูปเลขแปดอารบิก
ข้างๆ มีม้าหินไว้สำหรับนั่งพักผ่อน และมีอ่างบัวสามอ่างตั้งอยู่รอบๆ
ไม่ว่าในตอนที่ เขา นั่งทำสมาธิใต้ต้นโพธิ์ หรือตอนที่ เขา ลุกขึ้นมาฝึก
มวยปากัว หรือแม้แต่ตอนที่ เขา ยืนผ่อนคลายอิริยาบถ ณ สถานที่นั้น กาย
ใจ และปราณของเขาได้รวมเป็นหนึ่งเดียว และหลอมรวมแนบแน่นจนเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่นั้น
สถานที่แห่งนั้นคือ จักรวาลน้อยแห่งความงามในโลกของ เขา มันเป็นจักรวาลเล็กๆ
ที่งดงามอย่างมีตำหนิ และเป็นความงามที่เปราะบาง ในสายตาของ เขา สถานที่แห่งนี้ไม่เคยเหมือนกันสักวันเดียว
ลักษณะใบไม้ร่วงต่างๆ ที่ตกลงคลุมพื้น ใบหญ้าที่งอกเงยอย่างไร้ระเบียบ
มุมแสงแดดที่ลองไชผ่านกิ่งไม้ลงมากระทบพื้น มันเป็นภาพลักษณ์ที่แปรเปลี่ยนในรายละเอียดอยู่เสมอ
มันอาจแลดูไม่สมบูรณ์พร้อม เพราะขาดการตกแต่ง แต่ในอีกมุมหนึ่งมันกลับเป็นความงามที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพในธรรมชาติ
และเชิดชูในความเป็นธรรมชาติ
ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางของสถานที่แห่งนี้ ในขณะที่
เขา กำลังนั่งสมาธิอยู่ จึงเป็น จักรวาลน้อยแห่งความงามตามธรรมชาติ ของตัวเรา
แม้ขณะที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ เขา ได้ยินเสียงลมพัดผ่านอย่างชัดเจน
เมื่อ เขา ออกจากสมาธิและลืมตาขึ้น กิ่งใบของต้นไม้ต่างๆ รอบบริเวณนั้น
พร้อมใจกันผันลู่พรูพร่างราวกับกำลังทักทายตัวเขา ผีเสือตัวน้อยๆ บินฉวัดเฉวียนอยู่บริเวณนั้นราวกับกำลังระบำรำฟ้อนนกกางเขนสองตัวส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวราวกับกำลังร้องเพลงให้ตัวเขาฟัง
มดดำ มดแดงบนพื้นเดินไปมารอบๆ บริเวณที่ตัวเขากำลังนั่งสมาธิอยู่ราวกับกำลังเดินพาเหรดสวนสนาม
เขา ถึงกับเผยอยิ้มน้อยๆ ออกมาเมื่อแลเห็นยอดหญ้ากำลังหยอกล้ออยู่กับลมระเริง
หยาดน้ำค้างที่ยังคงเกาะอยู่ที่ปลายหญ้าส่งประกายแวววาวเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์อ่อนๆ
จิตใจของ เขา ในห้วงยามนั้นเปี่ยมไปด้วยความเบิกบาน ปราโมทย์ เมตตา กรุณา
และปีติในชีวิต
แม้แต่ความร่วงโรยของใบโพธิ์ที่ร่วงหล่นบนพื้นดินกระจัดกระจายก็กลายเป็นความงามอย่างโศกซึ้งในสายตาของ
เขา นี่คือความเป็นจริงแห่งชีวิตที่เรียบง่าย ชีวิตที่รุ่มรวยทางจิตวิญญาณอยู่อย่างเรียบง่ายโดยสมัครใจและเต็มใจ
เอาชนะความหรูหราที่จอมปลอม และฉาบฉวยของวัตถุนิยมและบริโภคนิยม ด้วยความเรียบง่ายโดยสมัครใจ
แม้จะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ก็มีจิตใจที่จดจ่อเป็นสมาธิกับสิ่งที่มีอยู่
เป็นอยู่ และปรากฏอยู่จริง เพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองหรือตัวตนแห่งตน สามารถเข้าถึงธรรมชาติอย่างบูรณาการในขั้นสูงสุดของการดำรงอยู่
จนกระทั่งสามารถตระหนักรู้ใน ธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ได้อย่างเป็นไปเองโดยธรรมชาติ
ความตระหนักรู้ ที่ว่า ความร่าเริง เป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิต ความร่าเริงที่ทำให้มนุษย์ทุกผู้ทุกนามมีชีวิตชีวา
ความตระหนักรู้ ที่ว่า การได้เติมเต็มในประสบการณ์ของ ตัวเขา ย่อมเพิ่มคุณภาพชีวิตของสรรพสิ่งทั้งปวงไปพร้อมๆ
กัน
ความตระหนักรู้ ที่ว่า ตัวตน ในทุกชาติภพของ ตัวเขา เป็นผู้ที่เป็นที่รักของ
จักรวาล ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ที่เหนือประวัติศาสตร์แห่งกาลเวลา...ตัวตนที่ไร้ตัวตนอย่างแท้จริง
ความตระหนักรู้ ที่ว่า ความรู้สึกนึกคิดของ ตัวเขา ในขณะนี้ สดใสและกระจ่างใสราวกับท้องฟ้าที่ไร้เมฆ
ความตระหนักรู้ ที่ว่า ยิ่ง ตัวเขา ได้เรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตอย่างสง่างามและสมบูรณ์ในโลกของเขามากเท่าใด
ความลี้ลับของ จักรวาล ก็จะยิ่งเปิดเผยออกมาให้ตัวเขาได้รู้เห็นมากขึ้นเท่านั้น
ความตระหนักรู้ ที่ว่า การมอบตัวตนแห่งตน ให้แก่ มหาสุญญตา อย่างสิ้นเชิง
คือหนทางในการรู้แจ้ง
ความตระหนักรู้ ที่ว่า คนเราแต่ละคนมี ขอบเขตแห่งพลังจิต อันเป็นพื้นที่ที่ผู้อื่นจะล่วงละเมิดมิได้
ภายในขอบเขตแห่งพลังจิตนี้ คนเราได้สร้างโลกแห่งความเป็นจริงของผู้นั้นขึ้นมา
ด้วยพลังที่มีอยู่ใน ปัจจุบันขณะ คนแต่ละคนคือ นาย ผู้เป็นเจ้าผู้มีอำนาจสูงสุดในขอบเขตแห่งพลังจิตนี้ที่สามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ได้ภายในชีวิตนี้
ผู้ที่จะสามารถตระหนักรู้และเข้าถึง ธรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ดังข้างต้นนี้ได้
ผู้นั้นจะต้องสามารถชะลอความเร็วในการรีบเร่งใช้ชีวิตลงได้เสียก่อน จะต้องสามารถมีความใจเย็น
มีความอดทน และความใส่ใจพอที่จะมองอย่างใกล้ชิด สามารถฝึกฝนศิลปะต่างๆ
อันสุขุมประณีตได้ก่อนเท่านั้น
ผู้นั้นจะต้องซาบซึ้งและแลเห็นคุณค่าในความไม่จีรังของชีวิต ผู้นั้นจึงจะสามารถเหยียบย่างบนโลกใบนี้อย่างแผ่วเบา
อย่างอ่อนโยน และอย่างรู้ถึงวิธีที่จะซาบซึ้งในคุณค่าไม่ว่ากับสิ่งใดก็ตามที่เข้ามาเผชิญหน้ากับผู้นั้น
แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม
เมื่อใดก็ตามที่คนเราสามารถหยุดความหมกมุ่นที่ตนเองมีต่อความสำเร็จทั้งหลายทั้งปวง
ไม่ว่าจะเป็นความมั่งคั่ง หรืออำนาจได้ ผู้นั้นก็ย่อมสามารถหันมาเบิกบานกับชีวิตได้เลยในทันที
ณ ที่นี่และเดี๋ยวนี้!
เขา รำพึงในใจกับตนเองว่า
เพราะ ทักษิณ ไม่สามารถหยุดความหมกมุ่นที่ตัวเขามีต่อความมั่งคั่งและอำนาจได้
ทักษิณ จึงไม่มีทางที่จะพบกับความสงบสุขที่แท้จริงได้ในชีวิตนี้ ต่อให้
ทักษิณ ยิ่งใหญ่แค่ไหน รวยล้นฟ้าปานใด หรือมีอำนาจมากแค่ไหนก็ตาม ทั้งหมดล้วนเป็นแค่สมมติทั้งสิ้น
เขา หยุดความหมกมุ่นที่ตัวเขามีต่อความสำเร็จทั้งหลายทางโลกได้ เพราะตัวเขาสำรวจพิจารณาเพ่งดู
ใจ ของตนเอง จนกระทั่งแลเห็น ใจ ตนเองสงบ นิ่ง วาง มันเป็นกระบวนการฝึกฝนกายใจที่ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ชีวิตที่ประเสริฐสมบูรณ์อย่างแท้จริง คือการบำเพ็ญตบะบารมีทั้งปวงให้สมบูรณ์พร้อม
แล้วปล่อยวางไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวตนแห่งตน มิใช่ความสำเร็จทางวัตถุและทางโลกอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจกัน
ปัญญาแห่งโพธิ คือการรู้แจ้งว่า สรรพชีวิตล้วนเป็นพุทธะ และสมบูรณ์พร้อมอย่างที่มันเป็นอยู่แล้ว
บุญกุศลที่แท้จริง ย่อมเป็นการกระทำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยปัญญาอันบริสุทธิ์สมบูรณ์อยู่ในตัวเอง
อยู่เหนือการหยิบฉวยเอาด้วยความคิดแบบปุถุชนที่ชอบช่วงชิงกัน ไม่อาจได้มาด้วย
ความสำเร็จ ทางโลก
ใจที่สงบศานติตั้งอยู่ใน ไกวัลยธรรม เช่นนี้ ได้มาก็ด้วยการฝึกฝนตนเองทั้งกาย-ใจ-ปราณ
และด้วยการซาบซึ้งใน ธรรมอย่างบูรณาการ หรือ ธรรมบูรณา เท่านั้น
บ่ายวันนั้นเอง เขา ได้เขียน "พุทธบูรณา" ตอนที่ 27 ชื่อ โลกอาจรอดได้
แม้เพราะกตัญญู ออกมาอย่างไม่ติดขัดเลย
(จากผู้จัดการออนไลน์)
|