|
ธรรมบูรณา ภารกิจศักดิ์สิทธิ์กับบทเรียนการกู้ชาติทางจิตวิญญาณของ
ศรี อรพินโธ (ตอนที่ 22)
www.suvinai-dragon.com
22. ยุทธการชนฟ้า
ทักษิณอยู่ในอาการตื่นตระหนก และวิตกกังวลยิ่งขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เกิดปรากฏการณ์
ตุลาการภิวัฒน์ เป็นต้นมา จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวงต่างๆ นานา
เพราะฉะนั้นหลังจากที่ประกาศเว้นวรรคเล่นๆ ไปพักหนึ่ง เขาก็กลับคำพูดเหมือนเคย
แล้วกลับมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีอีกครั้งอย่างหน้าตาเฉย โดยที่ตัวเขาก็รู้ตัวว่า
อำนาจ ของเขามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ผลพวงของการลุกขึ้นสู้กับทรราชของมหาชนเรือนแสนเรือนล้าน ภายใต้การนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน 2549 เริ่มเป็นที่ประจักษ์แล้ว หลายส่วนของกลไกรัฐเริ่มขยับตัวไปในทิศทางที่จะตรวจสอบ
และคานอำนาจระบอบทักษิณ ทั้งอย่างโจ่งแจ้งและอย่างซ่อนเร้น การขยับตัวของสถาบันหลักๆ
ในสังคมนี้จะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าหากไม่มี เจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของมวลมหาชน
ที่ได้สำแดงพลังออกมาก่อนหน้านั้น ภายใต้การนำของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ทักษิณอยู่ในความคับข้องใจ เขารู้สึกราวกับว่า อาณาจักร ของเขากำลังถูกปิดล้อมโดยฝ่ายตรงข้ามกับเขา
จนตัวเขารู้สึกอึดอัดมากยิ่งขึ้นทุกที ในที่สุดตัวเขาก็อดรนทนไม่ไหว และได้ตัดสินใจ
ตอบโต้ กลับไปบ้าง
ในวันที่ 29 มิถุนายน 2549 เมื่อมีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการเพื่อชี้แจงแนวทางการปฏิบัติงานในช่วงรัฐบาลรักษาการของเขา
ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องที่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมประชุมกว่า
500 คน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีได้ โยนระเบิดลูกใหญ่
ใส่ที่ประชุมด้วยการพูดโพล่งขึ้นมาว่า
วันนี้องค์กรนอกรัฐธรรมนูญคือ บุคคลซึ่งดูเหมือนมีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเข้ามาวุ่นวาย
องค์กรที่มีในระบบรัฐธรรมนูญมากไป...
นี่เป็นการพูดในที่สาธารณะ และถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ช่อง 11 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ที่มีนัยทางการเมืองอย่างยิ่ง ก่อนหน้านั้นเขากล่าวเกริ่นว่า
วันนี้ที่เกิดเรื่องยุ่งๆ ขึ้น เพราะหลายคนไม่รู้หน้าที่ตัวเอง ไม่ทำหน้าที่ตัวเอง
หลายคนไปยุ่งกับหน้าที่คนอื่น หลายคนไม่มีอำนาจหน้าที่แต่ชอบไปสั่งการในเรื่องของคนอื่น
ก็เป็นสิ่งที่ทำให้วุ่นวายไปหมด...
ความวุ่นวายเกิดจากหลายอย่าง เมื่อใดองค์กรตามปกติถูกองค์กรที่นอกระบบครอบงำ
องค์กรปกติก็จะวุ่นวาย หรือถ้าจะแปลชัดๆ คือวันนี้องค์กรนอกรัฐธรรมนูญคือ
บุคคลซึ่งดูเหมือนมีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเข้ามาวุ่นวาย องค์กรที่มีในระบบรัฐธรรมนูญมากไป...
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวต่ออีกว่า
บางองค์กร หัวหน้าองค์กรถึงขนาดยอมทำให้ระบบองค์กรของตัวเองเสีย เพื่อที่จะทำตามนโยบายผู้ที่ร้องขอบางราย...
คำพูดเหล่านี้ของ ทักษิณ สำหรับผู้ที่ติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองมาอย่างใกล้ชิด
จะตีความเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากเป็น คำประกาศท้าชนคนมีบารมี ของทักษิณนั่นเอง
หลังจากคำประกาศท้าชนของ พ.ต.ท.ทักษิณ แพร่ออกไปผ่านสื่อสารมวลชน คำถามจากใครต่อใครล้วนปลิวว่อนไปทั่วเมืองว่า
ใครคือผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญที่เข้ามาวุ่นวาย องค์กรที่มีในระบบรัฐธรรมนูญ?
สนธิ ลิ้มทองกุล เป็นคนแรกที่ไขปริศนา ผู้มีบารมี ด้วยท่าทีท้ารบเริ่มจากประกาศข้อความประชาสัมพันธ์เต็มหน้า
10 ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน ประจำวันที่ 30 มิถุนายน 2549 เชิญชวนประชาชนไปร่วมฟัง
เมืองไทยรายสัปดาห์ คอนเสิร์ตการเมือง ครั้งที่ 5 ที่เวทีลีลาศสวนลุมพินี
ซึ่งสนธิจะ เดี่ยวไมโครโฟน เรื่อง ระบอบทักษิณอันตราย
คืนนั้น สนธิ ได้ย้อนถาม ทักษิณ ตรงๆ ว่า
ผมเชื่อว่า คนไทยทุกคนยอมรับว่ามีอยู่คนเดียวที่มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเหนือรัฐธรรมนูญ
ใช่ไม่ใช่ คุณทักษิณ คุณกำลังหมายถึงใคร หรือคุณพูดถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ใช่หรือเปล่า?
...เอาละ ถ้าสมมติว่าใช่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ท่านเป็นประธานองคมนตรี
ท่านเป็นตัวแทนพระเจ้าอยู่หัว คุณพูดถึงใครกันแน่...ถ้าคุณลืมว่าคุณพูดอะไร
ผมจะอ่านให้ฟัง คุณพูดว่า บางคนยังเข้าใจว่าตัวเองมีความสำคัญมากกว่าคนจำนวนมาก...มีคนอยากเป็นนายกฯ
มาตรา 7 ทั้งๆ ที่มีพระราชดำรัสบอกแล้วว่า มาตรา 7 นั้นไม่เป็นประชาธิปไตยเลย...
คุณทักษิณ คุณกำลังจาบจ้วงใคร คุณมีสิทธิอะไรมาพูดเรื่องประชาธิปไตยกับพวกผม
ชีวิตคุณเกิดแล้วตายอีกสิบชาติ คุณก็ยังไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นอย่างไร...
...คุณทักษิณ คุณฟังคำพูดคุณประโยคสุดท้ายให้ดีๆ นะ เพราะ ประโยคสุดท้ายนี้จะตามหลอกหลอนคุณไปจนตลอดชีวิต
คุณบอกว่า บางองค์กร หัวหน้าองค์กรถึงขนาดยอมทำให้ระบบขององค์กรเสีย เพื่อที่จะทำตามนโยบายผู้ที่ร้องขอบางราย...
คุณทักษิณ คุณหมายถึงใคร ถ้าคุณไม่ขี้ขลาดตาขาวพอ คุณพูดออกมาสิ คุณหมายถึงใคร
คุณหมายถึง ศาลสถิตยุติธรรมหรือไม่ คุณหมายถึงประธานศาลฎีกาหรือเปล่า เพราะผมจำได้ว่า
วันที่ศาลรับสนองพระราชดำรัสเข้ามาแก้วิกฤตของชาติ ลิ่วล้อของพวกคุณนี่ออกมาด่าศาลกันเป็นแถวเลยใช่ไม่ใช่
...นี่คุณพูดถึงศาลสถิตยุติธรรมหรือเปล่า คุณแน่ใจ คุณบอกมาสิ คุณกำลังหมายถึงใคร
แต่ผมจำได้ว่า พระเจ้าอยู่หัวออกมาขอให้ศาลแก้วิกฤต คุณนึกว่าประชาชนไทย
พี่น้องที่นั่งอยู่ที่นี่ และคนดู ASTV เขาด้อยปัญญาเหมือนคนบางคนที่คุณซื้อเอาไว้หรือไง"
ถ้าคุณยังจำได้ วันที่ 25 เมษายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสกับประธานศาลทั้งหลายให้เข้ามาช่วยแก้วิกฤตแห่งชาติ
นั่นคือ การที่ประธานศาลต่างๆ ออกมาร่วมมือกันแก้วิกฤตแห่งชาติ
ที่คุณบอกว่า บางองค์กรหัวหน้าองค์กรถึงขนาดยอมทำให้ระบบขององค์กรตัวเองเสีย
นี่คุณหมายถึง ศาลหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ คุณรู้ตัวเองที่คุณบอกว่า เพื่อที่จะทำตามนโยบายของผู้ที่ขอร้องบางราย
คุณหมายถึงพ่อหลวงหรือเปล่า คุณพูดถึงคนที่มีบารมีเหนือรัฐธรรมนูญ ผมไม่รู้ว่าใคร
แต่ผมจะยกมือไหว้เหนือหัวบอกว่า พระบารมีมากล้นรำพัน...
นับตั้งแต่ย่างเข้าเดือนเมษายน 2549 เป็นต้นมา สนธิ ลิ้มทองกุล ก็ตระหนักดีว่า
การศึกระหว่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกับระบอบทักษิณ ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ขั้นตอนใหม่
บัดนี้ไม่มีเงื่อนไขสำหรับการชุมนุมใหญ่ และก็ไม่จำเป็นด้วย เพราะ พลวัตทางการเมือง
ที่บังเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการลุกขึ้นสู้ของมวลชนเรือนแสนเรือนล้าน ภายใต้การนำของแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
มันได้ไปขยับเขยื้อนสถาบันหลักๆ ในสังคมนี้ไปในทิศทางที่ตรวจสอบ และคานอำนาจระบอบทักษิณแล้ว
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ ปรากฏการณ์ ตุลาการภิวัฒน์
สิ่งที่ สนธิ กำลังทำอยู่ในขั้นตอนนี้คือ เขาหันกลับไป จุดเทียนแห่งปัญญา
จุดความกล้ากลางใจคน ต่อด้วยการจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ในรูปแบบคอนเสิร์ตการเมือง
เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ พักรบชั่วคราว เช่นในขณะนี้
ห้วงยามนี้ เป็นห้วงยามพักรบเพื่อสะสมกำลัง และถนอมกำลัง กองทัพหลัก
ของภาคประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้สำหรับการทำ ศึกสุดท้าย กับระบอบทักษิณ
ซึ่ง สนธิ รู้ดีว่า จะต้องมาถึงแน่ในไม่ช้านี้
สิ่งที่ สนธิ พยายามให้การศึกษาประชาชนอยู่ในตอนนี้ คือการชี้ให้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่า
การดำรงอยู่ของระบอบทักษิณจะนำความฉิบหายวายวอดมาสู่คนไทย และประเทศไทยอย่างไรบ้าง
สนธิ พร่ำชี้แล้วชี้อีกว่า ระบอบทักษิณคือระบอบที่พยายามแทนที่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ที่ชัดเจนที่สุด และสถานการณ์ก็ได้มาถึงขั้นที่ประกาศสงครามกันเต็มตัวแล้ว
ดังจะเห็นได้จาก มีการประกาศในที่สาธารณะ ท้าชน ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญอย่างเปิดเผย
แม้ในอีกด้านหนึ่งยังใช้เล่ห์เพทุบายทำทีว่ายังจงรักภักดีอยู่ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นเพียงมายาภาพ
เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้จงรักภักดีลุกฮือขึ้นต่อต้านเท่านั้น
ฝ่าย ทักษิณ เอง หลังจากที่หลุดคำประกาศท้าชนผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญออกไปแล้ว
ตัวเขาก็เก็บปากเก็บคำ ไม่ยอมพูดให้กระจ่างอีกเลยว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญที่เขาเอ่ยขึ้นมานั้น
เขาหมายถึงใคร? แม้สื่อต่างๆ จะจี้ถามเขาในเรื่องนี้เท่าใด ทักษิณ ก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้
โดยเขากล่าวแต่เพียงว่า
เอาละ นี่เป็นเวลา สมานฉันท์ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว แต่ลึกๆ แล้วในใจของทักษิณนั้น
ทั้งหวาดผวาและหวาดระแวง
หลังจากที่เขาหลุดคำประกาศท้าชนผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญออกไปแล้ว ผู้ที่อ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งจะรู้ดีว่า
โวหารนี้ของทักษิณมิได้มาจาก ความกล้า ของตัวเขา แต่มันมาจาก ความกลัว
ของตัวเขาต่างหาก...ความกลัวว่า ตัวเขาจะถูกทหารปฏิวัติ ทักษิณบังเกิดความกลัว
ที่จะถูกโค่นล้มจนกลายเป็น ความกล้า ถึงขนาดกล้าประกาศท้าชนผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ
ทักษิณ เฝ้าพร่ำบอกกับตัวเองในใจว่า ใครกล้าปฏิวัติโค่นล้มเขา ตัวเขาจะต่อสู้ต่อต้านอย่างถึงที่สุด
เพราะคนอย่างเขา ยอมตายเสียดีกว่าพ่ายแพ้ (ยังมีต่อ)
(จากผู้จัดการออนไลน์)
|